การปรับตัวของเกษตรกรชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

Titleการปรับตัวของเกษตรกรชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
Publication TypeReport
Year of Publication2009
Authorsเกิดสุข วิเชียร
Series Editorฤชุวรารักษ์ พัชรินทร์, วิชาโคตร กฤตภาส
Date Published2009
Typeโครงการวิจัย
Report NumberRDG5430024
ISBN NumberRDG5430024
Keywordsการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
Abstract

การศึกษาการปรับตัวของเกษตรกรชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาบริบทของน้้าต่อความเป็นอยู่ การด้ารงชีพ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในลุ่มน้้าเสียว ใหญ่ในปัจจุบัน 2. ศึกษาความเสี่ยงในวิถีการด้ารงชีพและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ภายใต้แรงขับดันของการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เศรษฐกิจและสังคมในอนาคต และ 3. ศึกษาผลสืบเนื่องของกลยุทธ์การปรับตัวของแต่ละ ชุมชนที่มีต่อชุมชนอื่น ด้าเนินการในกลุ่มต้าบล 5 ต้าบลประกอบด้วย 6 พื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งอยู่ตอนกลางของลุ่มน้้าเสียวใหญ่ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ วิธีการศึกษาประกอบด้วย 1. ประเมินสภาวะชนบท อย่างเร่งด่วน(RRA) 2. การจัดท้าภาพฉายการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคต 3. การจัดท้าภาพฉายการ เปลี่ยนแปลงระบบการผลิต ภาวะเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต และ 4. การปฏิบัติการมีส่วนร่วมของประชาชน (PAR) จากทุกพื้นที่ศึกษาจ้านวน 11 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมประชุมจ้านวน 178 คน ผลการศึกษาพบว่า

ลุ่มน้้าเสียวใหญ่ เป็นลุ่มน้้าที่ไม่มีแหล่งน้้าต้นทุนเช่นลุ่มน้้าอื่น น้้าในแม่น้้ามาจากน้้าฝนเป็นหลัก ชุมชนใน ลุ่มน้้านี้จึงมีความผูกพันกับทรัพยากรน้้าและใช้ประโยชน์จากแม่น้้าทั้งในการเกษตรและสาธารณูปโภค การเกษตร ใช้น้้าในการปลูกข้าวนาปีและนาปรัง เป็นแหล่งในการหาปลา จับสัตว์น้้า และเก็บพืชผักตามธรรมชาติที่ขึ้นอยู่ใน และริมแม่น้้าในฤดูฝน การเลี้ยงปลาเชิงพาณิชย์ แหล่งน้้าส้าหรับปศุสัตว์ในฤดูแล้ง เป็นแหล่งน้้าดิบในการผลิตน้้า ปะปา การปลูกผัก และจัดงานประเพณีแข่งเรือประจ้าปี ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ มีผลต่อความเป็นอยู่ การด้ารงชีพ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ระบบเกษตรของทุกชุมชนศึกษามีความเสี่ยงทั้งน้้าท่วมและฝนแล้ง มีผลกระทบต่อผลผลิตข้าวเป็นอย่าง มาก แต่วิธีการที่ชุมชนด้าเนินการในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพพอ ส่งผลให้ระบบการเกษตรของแต่ละชุมชนใน ปัจจุบันมีความเสี่ยงและความเปราะบางแตกต่างกันไป ระบบการเกษตรของต้าบลน้้าอ้อม ต้าบลเมืองบัว และ ต้าบลเกษตรวิสัย มีความเปราะบางสูงต่อต่อความแปรปรวนภูมิอากาศที่ผ่านมา ขณะที่ระบบการเกษตรของต้าบล หินกอง และต้าบลกู่กาสิงห์ มีความเปราะบางปานกลางต่อความแปรปรวนภูมิอากาศ

ระบบการผลิต ภาวะเศรษฐกิจและสังคมพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ในอนาคต ยังคงเน้นการผลิตข้าวหอมมะลิเป็น หลัก ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในลุ่มน้้าเสียวใหญ่ในอนาคต ปริมาณฝนเพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ๊นต์ อุณ ภูมิต่้าสุดและสูงสุดเพิ่มขึ้นประมาณ 1 องศาเซลเซียล ท้าให้วิถีชีวิตของชุมชนและระบบเกษตรของทุกชุมชนยังตก อยู่ภายใต้ความเสี่ยงทั้งน้้าท่วม ฝนแล้ง และอุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชและผลผลิตที่รุนแรงขึ้น กว่าปัจจุบัน ท้าให้ระบบเกษตรมีความเปราะบางมากกว่าปัจจุบัน อย่างไรก็ตามหากชุมชนไม่สามารถด้าเนินการ กลไกในการปรับตัวที่มีประสิทธิภาพก็จะท้าให้ระบบการเกษตรมีความเปราะบางสูงมากยิ่งขึ้น

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของชุมชนที่มุ่งแก้ปัญหาเพียงชุมชนใดชุมชนหนึ่งในอดีต อาจ ไม่ได้แก้ปัญหาหรือลดความเสี่ยงในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบ อาจกลับเพิ่มความเสี่ยงและผลกระทบต่อชุมชน ใกล้เคียง แต่ ด้าเนินการร่วมกันหลายชุมชนและมีการมองภาพรวมทั้งระบบลุ่มน้้าจะน้าไปสู่การลดความเสี่ยง ลด ผลกระทบและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่ดีกว่า ทั้งช่วยลดความขัดแย้งและประหยัดงบประมาณ นอกจากนี้ การวางแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในระดับชุมชนสามารถด้าเนินการควบคู่ร่วมกับ การวางแผนพัฒนาของชุมชนตามปกติโดยพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคตรวมอยู่ด้วย

URLhttp://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5430024
Alternate TitleAdaptation of Paddy Farmer in Kula Ronghai to Climate Change