การศึกษาการปลูกพืชผสมผสานเพื่อสร้างความหลากหลายในสวนยางพาราของเกษตรกรในชุมชนพืชทรายทอง ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร

Titleการศึกษาการปลูกพืชผสมผสานเพื่อสร้างความหลากหลายในสวนยางพาราของเกษตรกรในชุมชนพืชทรายทอง ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
Publication TypeReport
Year of Publication2009
Authorsชนะวงศ์, มนัสชัย
Series Editorบุญศิลป์, สาคร, แสงฉวี ไสว, สลับศรี ปรีดี, โสภาบุญ ชาญชัย
Series Titleเศรษฐกิจชุมชน
Date Published2009
Typeโครงการวิจัย
Report NumberRDG51E0067
ISBN NumberRDG51E0067
Keywordsการปลูกพืชผสมผสาน, ยางพารา, ยโสธร, เกษตรกร
Abstract

โครงการ การศึกษาการปลูกพืชผสมผสานเพื่อสร้างความหลากกหลายในสวนยางพาราของเกษตรในชุมชนพืชทรายทอง ต.สวาท อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร โดยนายมนัสชัย ชนะวงศ์ เป็นหัวหน้าโครงการพื้นที่ดำเนินงานคือ ชุมชนพืชทรายทอง เป็นชุมชนที่แยกตัวออกมาจากหมู่บ้านดอนฮี และบ้านหนองสมบูรณ์ บ้านพรหมนิยม ต.สวาท อ.เลิงนกทา โดยการมาสร้างที่พักอยู่ตามสวนยางพารา ที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร จนกลายเป็นชุมชนและขอแบ่งแยกเป็นหมู่บ้าน ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ครอบครัวที่แยกไปอาศัยอยู่ตามสวนยางพารามีการสร้างที่พักอยู่อย่างถาวรขึ้น ชุมชนพืชทรายทองขึ้นชื่อในเรื่องการปลูกยางพารา ที่มีเกือบ 2,000 ไร่ ทั้งยางพาราที่ให้ผลผลิตและเพิ่งเริ่มปลูกโดยเฉพาะในปี 2547-2549 การปลูกยางพาราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการแผ้วทางป่าธรรมชาติ ปรับพื้นที่ทำนาที่อยู่ที่ดอน เพื่อปลูกยางพารา ด้วยขณะนั้นราคายางพาราสูงจึงเป็นแรงจูงใจ ปัจจุบันพื้นที่ป่าธรรมชาติคงเหลือเป็นบางส่วนที่เจ้าของกันไว้เพื่อเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แหล่งอาหารธรรมชาติลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชุมชนจึงเริ่มหันมามองและทบทวนรูปแบบการทำสวนยางพาราเพียงอย่างเดียว แม้มีรายเพิ่ม แต่รายจ่ายก็เพิ่มตาม โดยเฉพาะค่าอาหารการกิน การปลูกยางพาราที่เป็นพืชเชิงเดี่ยว คงไม่ใช้ทางเลือกที่เหมาะกับชุมชนพืชทรายทองเท่าใดนัก บทเรียนที่ผ่านมา ปีใดถ้าราคายางพาราดี เกษตรกรมี
รายได้ที่พอเพียงต่อการยังชีพ ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า ไม่มีการอพยพไปทำงานที่อื่น แต่ถ้าปีใดราคายางพาราตกต่ำ รายได้จากยางพาราไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามความเปลี่ยนแปลงของสังคม คนในครอบครัว หรือทั้งครอบครัวต้องอพยพไปทำงานที่อื่น ละทิ้งที่ดินทำโดยไม่เห็นคุณค่าจึงเป็นที่มาของการศึกษาการปลูกพืชผสมผสานเพื่อสร้างความหลากหลายในสวนยางพารา โดยมีคำถามวิจัยว่า รูปแบบที่เหมาะสมของการปลูกพืชให้มีความหลากหลายในสวนยางพาราเป็นอย่างไร วัตถุประสงค์ในการศึกษา 1) เพื่อศึกษาประวัติ ความเป็นมาของการปลูกยางพาราในชุมชนพืชทรายทอง 2) เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม หลังจากยางพาราเข้ามามีบทบาทในชุมชน 3 ) เพื่อศึกษาระบบนิเวศสวนยางพาราและแนวทางการปลูกพืชอย่างผสมผสานในสวนยางพารา เพื่อเพิ่มความหลากหลาย ซึ่งให้นิยามคำว่า การปลูกแบบผสมผสาน คือ การปลูกพืชหลายชนิดในพื้นที่ที่จำกัด มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ให้ผลผลิตสามารถบริโภคและจำหน่ายได้ ระยะเวลาในการดำเนินงาน1 มิถุนายน 2551 ถึง 31 พฤษภาคม 2552 รูปแบบในการศึกษาวิจัย เน้นที่การเรียนรู้ของผู้เข้าร่วมวิจัยผ่านการทดลองปฏิบัติ ตลอดจนเก็บรวบรวมข้อมูลของชุมชนเพื่อให้รู้ถึงสภาพของชุมชนในเรื่อง บริบทชุมชน รายได้ หนี้สิน สาเหตุปัจจัยต่างๆ เพื่อให้ชุมชนได้วิเคราะห์ร่วมกัน และการเชื่อมโยงให้เห็นปัญหาที่แท้จริงของชุมชน สามารถนำมาวางแผนเพื่อหาทางออก นำไปสู่การทดลองเพื่อการเรียนรู้นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนภายในชุมชนและนอกชุมชนที่เป็นต้นแบบ โดยตัวแทนแล้วนำประสบการณ์มาถ่ายทอดต่อ ซึ่งผลที่ได้ไม่เพียงแต่สามารถตอบวัตถุประสงค์เท่านั้น ผู้ที่ผ่านกระบวนการยังได้พัฒนาตนเอง ทั้งทางความคิด การพูด ตลอดจนการปรับเปลี่ยนวิถีการทำการเกษตรจากเคมีไปสู่อินทรีย์มากขึ้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และผลจากการทดลองปฏิบัติ ได้สร้างแรงจูงใจให้กับชุมชน ในการทำเกษตรแบบผสมผสานในสวนยางพาราเพื่อสร้างแหล่งอาหารเองมากขึ้น โดยพบว่า แต่ละครอบครัว
ตระหนักในเรื่องการลดค่าใช้จ่ายทางด้านอาหาร ซึ่งรูปแบบในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารไม่เพียงเฉพาะการปลูกพืชผสมผสานเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึง การทำการเกษตรแบบครบวงจร ทั้งปลูกพืช ซึ่งเน้นที่พืชผักสวนครัวตามฤดูกาล ที่สามารถทำร่วมกับสวนยางพาราได้และเหมาะกับการจัดนอกจากภาระหลัก คือ การกรีดยาง การเลี้ยงปลา การเลี้ยงกบ การเพาะเห็ดฟาง ที่จะนำมาซึ่งความหลากหลายของอาหารในครอบครัว ผลที่เกิดจากการศึกษาวิจัย ชุมชนได้รับทราบข้อมูลประวัติความเป็นมาของชุมชน และประวัติของการปลูกยางพาราของชุมชนพืชทรายทอง ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจสังคม ก่อนและหลังการปลูกยางพารา เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการปลูกยางพาราถึงสภาพความเป็นอยู่ของชุมชน เมื่อรู้จักตนเองก็จะนำไปสู่การแก้ไข การหาออกร่วมกัน โดยนำแนวทางการพึ่งตนเอง การเฮ็ดอยู่เฮ็ดอยู่ การปรับรูปแบบจากการทำสวนยางเพียงอย่างเดียว เป็นแบบผสมผสาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารในระดับครัวเรือนมากขึ้น และมีเป้าหมายที่จะพัฒนาไปสู่การสร้างอาชีพเสริมร่วมกับการทำสวนยางพารา หลังงานวิจัยจบลงพบว่า ชุมชนมีแนวโน้มในการปรับเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมีในสวนยางพารา มาเป็นใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น โดยรวมกลุ่มระดมทุนจากสมาชิกทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง มีการขยายไปสู่คนในชุมชนที่ ไม่ได้เข้าร่วมโครงการวิจัย สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก และได้วางแผนที่จะทำให้กิจกรรมนี้ให้ต่อเนื่องเกิดรูปธรรม เป็นต้นแบบของชุมชน นอกจากการรวมกลุ่มแล้วของสมาชิกแล้ว สิ่งที่ถือว่าเป็นผลจากกระบวนการวิจัย คือ เริ่มเห็นต้นแบบในการทำเกษตรแบบผสมผสานร่วมกับสวนยางพารา ถึงแม้จะยังไม่โดดเด่น แต่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งการปรับตัว ลด ละ บายมุข การปรับปรุงสภาพพื้นที่ทั้งใน และภายนอกสวนยางพาราให้เหมาะต่อการทำเกษตรแบบผสมผสานมากขึ้น นอกจากนี้จากการทดลองเลี้ยงกบเพื่อเป็นอาหาร ได้พัฒนาไปสู่การ
เรียนรู้เพื่อเป็นอาชีพเสริมร่วมกับการทำสวนยางพารา ที่มีนักวิจัยเริ่มทำอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว 2 ราย ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาวิจัย สามารถที่จะพัฒนาไปเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการเพาะเลี้ยงกบได้

จากผลที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้พอมองเห็นรูปธรรมของการปรับเปลี่ยนจากการทำสวนยางพาราเพียงอย่างเดียว เป็นรูปแบบผสมผสานทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และมีแนวโน้มที่จะขยับอย่างต่อเนื่องในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และเหมาะสมกับวิถีชีวิตของชาวสวนยางในชุมชนพืชทรายทอง

URLhttp://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG51E0067