รูปแบบการบริการคัดกรองโรคมะเร็งในประเทศไทย

Titleรูปแบบการบริการคัดกรองโรคมะเร็งในประเทศไทย
Publication TypeReport
Year of Publication2011
Authorsศรีมรกต, ผ่องศรี
Series Editorอัครวัชรางกูร, อรสา
Series Title-
Date Published2011
Institutionมหาวิทยาลัยมหิดล
Typeโครงการวิจัย
Report NumberDIG5180003
ISBN NumberDIG5180003
KeywordsCancer screening services, Models, Thailand, ประเทศไทย, รูปแบบการบริการคัดกรอง, โรคมะเร็ง
Abstract

ปัจจุบันประมาณ 25 ล้านคนทั่วโลกกำลังมีชีวิตอยู่กับโรคมะเร็ง โรคมะเร็งเป็นสาเหตุนำที่สำคัญของการเสียชีวิตทั่วโลก ถือเป็นร้อยละ 13 ของสาเหตุการเสียชีวิตเมื่อปีพ.ศ. 2551 โดยโรคมะเร็งทำลายชีวิตผู้คนประมาณ 7.9 ล้านคน และในจำนวนนี้ร้อยละ 72 อาศัยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา องค์การอนามัยโลกทำนายว่าภายในปี ค.ศ. 2030 อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นถึง 11.5 ล้านคน ในประเทศไทยประชาชนกว่า 30,000 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง (สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2550) และประมาณการณ์ว่าอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งจะเพิ่มสูงขึ้นในปีค.ศ. 2020 นอกจากนี้ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 50 ได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคลุกลามไปในระยะที่สามและสี่แล้ว ผลงานวิจัยจากหลายๆ ประเทศแสดงให้เห็นว่าหากประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร และความรู้ที่ดีขึ้น จะทำให้ประชาชนตัดสินใจเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น และมีโอกาสได้รับการวินิจฉัยโรคมะเร็งเร็วขึ้น ขณะเดียวกันสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งก็ต้องการความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบำบัดรักษา การดูแล และการสนับสนุนประคับประคองอย่างมากทันทีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง ดังนั้นหากแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสุขภาพทุกฝ่ายสามารถให้ข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งอย่างเพียงพอ และทั่วถึง จะส่งผลดีในการลดความวิตกกังวล ความกลัวเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการตัดสินใจ และสามารถสื่อสารกับผู้อื่น ได้ดียิ่งขึ้น แหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งอาจจัดในรูปของเอกสารแผ่นพับ หนังสือ อินเตอร์เนท หรือจากการจัดกิจกรรมบริการให้ความรู้โดยบุคลากรสุขภาพหรือรูปแบบอื่นๆ ก็ได้เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มประชากรกว้างขวางที่สุด ในประเทศไทยปัจจุบันมีโรงพยาบาล 31 แห่งที่รับหน้าที่เป็นศูนย์บริการโรคมะเร็งอย่างเป็นทางการกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้ง 31 แห่งนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการให้บริการเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งให้กับประชาชนไทยทั้ง 65 ล้านคน ทั้งการคัดกรอง การตรวจวินิจฉัย การบำบัดรักษาด้วยยา การผ่าตัด รังสีรักษา และการรักษาแบบการประคับประคอง ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพ แต่ไม่มีการบริการคัดกรองแบบสม่ำเสมอและไม่มีเครือข่ายการส่งต่อระหว่างศูนย์ทั้ง 31 แห่งอย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยยังไม่มีระบบการบริการให้ข้อมูลข่าวสารความรู้เกี่ยวกับมะเร็งแห่งชาติอย่างเป็นระบบ รวมทั้งไม่มีระบบการตรวจค้นหาโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสำหรับคนไทยทั้งประเทศ ด้วยเหตุนี้คนไทยส่วนใหญ่จึงมีความรู้ที่ไม่เพียงพอเกี่ยวกับอาการของโรคมะเร็ง และไม่ทราบวิธีการเข้าถึงการบริการคัดกรองโรคมะเร็ง และไม่รู้วิธีการเผชิญปัญหาเมื่อเกิดโรคมะเร็งแล้ว จึงทำให้ส่วนใหญ่ได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นศูนย์กลางในการดูแลเกี่ยวกับโรคมะเร็งทั้งหมดสำหรับคนไทยทั้งประเทศแบบครบวงจร ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการกำหนดให้นโยบายการให้บริการการคัดกรองโรคมะเร็งเกิดขึ้นและผลักดันให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนไทยเข้าถึงการบริการคัดกรองโรคมะเร็งได้อย่างทั่วถึงเพียงพอ หรืออย่างน้อยโรคมะเร็งที่พบบ่อย 6 ประเภท คือมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ และมะเร็งช่องปาก หลังการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามถึงแพทย์ และพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการโรคมะเร็งทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศไทยเพื่อเชิญชวนให้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการคัดกรองโรคมะเร็งทั้ง 6 ประเภทและความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการคัดกรองโรคมะเร็งในประเทศไทย จากนั้นนำข้อมูลที่ได้รับกลับมาทั้งหมดมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และเชิงพรรณนา เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบเวบสำหรับบุคลากรสุขภาพ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และประชาชนทั่วไป และวางแผนการติดตามประเมินผลความพึงพอใจในการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลดังกล่าวในระยะต่อไปในระยะ 2-6 เดือนข้างหน้า ข้อเสนอแนะ ประเทศไทยจำเป็นต้องผลักดันให้มีระบบการบริการคัดกรองโรคมะเร็งและเป็นนโยบายแรกๆ ของแผนการควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทุกระดับมีบทบาทเชิงรุกในการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งอย่างจริงจัง และมีระบบการค้นหากลุ่มเสี่ยงและให้เข้ามารับบริการคัดกรองโรคมะเร็งอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

About 25 million people worldwide are living with cancer. It is the second leading cause of death worldwide, accounting for about 13% of all deaths. Last year, cancer killed about 7.9 million people, about 72% of whom were in developing countries. The World Health Organization (WHO) forecasts that by 2030, the annual global death toll will rise to about 11.5 million. In Thailand, About 34,633 people are newly diagnosed with cancer every year (NCI statistic, 2008); and estimated to increase by the year 2020. More than half were diagnosed when they were stage III or IV. Research from many countries and in Thailand showed that if people receive much more information they will make better decision and search for early detection. Moreover after cancer diagnosis, patients have a need for information about cancer treatment, care and support. This need is especially urgent at the time of diagnosis. If physician, nurse or any health care provider could provide information and adequate screening services. It improves a chance for the risk group to be diagnosed at earlier stage and better prognosis.
Objectives: To explore existing models for cancer screening services in Thailand and develop web data based for free access.
Methodology: Descriptive survey design was applied. The specific surveillance questionnaire was designed by the researcher after literature reviewed. After IRB approval, relevant physicians and nurses who work in 31 cancer centers in Thailand were invited to provide information regarding 6 common cancer screening services by formal questionnaire. Descriptive statistical analyses were applied for quantitative data and content analyses were applied for all qualitative information. Then risk indication for specific cancer and screening services information were processed to be web data based with free services to health professions, cancer patients, care givers and public.
Recommendation: Thailand is urgently in need to include cancer screening services to be a priority part of national cancer control plan and policy for raising cancer early detection to be the priority. Then all relevant health care organization level should take active role both providing cancer information and services for Thais and active searching for cancer risk group and let them equity access cancer screening services as much as possible. By oneon one personalized interaction with trained information specialists, with relevant, up-to-date cancer information including prevention, early detection, diagnosis, treatment, side effects, clinical trials and research, complementary/alternative therapies, referral to services in the community. Cancer screening services information may deliver by telephone, email, or in person. In addition, Cancer screening services will include follow up package with additional information. This useful information is critical to help educate people about risk factors, testing, diagnosis and treatment of cancer. People can also use anywhere computers to access a wide range of free cancer screening services information before make decision and received proper management.

URLhttp://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=DIG5180003
Alternate TitleExisting Models for Cancer Screening in Thailand