ผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย

Titleผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย
Publication TypeReport
Year of Publication2008
Authorsสิทธิการ, บุษบา
Series Editorคำแสน, จันทร์คอน, ใจมา สิริวัฒนา
Series Titleการพัฒนาและจัดการการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน
Date Published2008
Institutionมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Cityเชียงราย
Typeโครงการวิจัย
Report NumberRDG48O0036
ISBN NumberRDG48O0036
KeywordsSocio-cultural Impacts, Sustainable Tourism Management, Tourism in Chiangrai Province, จังหวัดเชียงราย, ผลกระทบของการท่องเที่ยว, สังคมและวัฒนธรรมของชุมชนการท่องเที่ยว
Abstract

โครงการวิจัยเรื่องผลกระทบจากการท่องเที่ยวต่อสังคมและวัฒนธรรมในชุมชนการ
ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อสภาพสังคมและ
วัฒนธรรมของชุมชนท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย ซึ่งครอบคลุมถึงสถานการณ์การท่องเที่ยว
บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ เอกชนและ
ชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว ความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการการท่องเที่ยว และความ
คิดเห็นของชุมชนและนักท่องเที่ยวต่อผลกระทบทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนที่เกิดจาก
ท่องเที่ยว
การดำเนินการวิจัยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (Semi-structured Interviews) การ
ประเมินชุมชนแบบมีส่วนร่วม (Participatory Rural Appraisal) การประชุมกลุ่มย่อย (Focus
Groups) กับชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียจากการท่องเที่ยว การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม
(Participant Observation) และแบบสอบถาม (Questionnaire Survey) สำหรับนักท่องเที่ยวที่
เข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ สถิติพรรณนาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ และ
โปรแกรมการวิเคราะห์ทางสถิติทางสังคมศาสตร์ (SPSS) สำหรับข้อมูลเชิงปริมาณ
พื้นที่ที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ พื้นที่ตัวแทนแหล่งท่องเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปีใน
ระดับสูง ปานกลาง และต่ำ ตามลำดับคือบ้านหาดไคร้ หมู่ 7 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ บ้าน
สันตคีรี หมู่ 1 ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง และบ้านราษฎร์ภักดี หมู่ 10 ตำบลตับเต่า
อำเภอเทิง
จากการวิจัย พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและศิลปวัฒนธรรมเกิดขึ้นทั้งในด้าน
บวกและด้านลบในพื้นที่ท่องเที่ยวได้แก่ การเพิ่มรายได้ สร้างอาชีพ และการศึกษาเรียนรู้ของ
ชาวบ้าน ส่วนด้านลบคือ การท่องเที่ยวก่อให้เกิดการบิดเบือนของศิลปวัฒนธรรม ความไร้
ระเบียบของสังคม และการกระจุกตัวของรายได้ที่เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มผู้มีอิทธิพลและมีอำนาจ
ทางการเงินที่เหนือกว่า โดยชาวบ้านมีทัศนคติที่ดีต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวและยอมรับการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เนื่องจากให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับ
สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ พบว่า มีรูปแบบการท่องเที่ยวที่
ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ด้วยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม
ในพื้นที่เป็นพื้นฐานการพัฒนา ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐ และกลุ่มองค์กรชุมชนมี
บทบาทที่ชัดเจนต่อการจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ ต่างจากชาวบ้านในระดับล่างที่ได้มีส่วนร่วม
ค่อนข้างน้อยซึ่งมักอยู่ในฐานะของแรงงานทางการท่องเที่ยว นอกจากนั้นในปัจจุบันการท่องเที่ยว
ขาดความยั่งยืนและเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม เนื่องจาก การท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่
ประสบกับปัญหาการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยว การแข่งขันทางการตลาดท่องเที่ยวทั้งในและ
นอกประเทศ ความเสื่อมของทรัพยากรท่องเที่ยวในพื้นที่ และข้อจำกัดของงบประมาณและ
นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ไม่ต่อเนื่อง
ด้านการจัดการการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมีความคิดเห็นโดยเฉลี่ยต่อการจัดการ
ด้านบุคลากรในระดับเหมาะสมมาก ในขณะที่การจัดการด้านสถานที่และการจัดการด้านกิจกรรม
ในพื้นที่มีความเหมาะสมในระดับปานกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการจัดการท่องเที่ยวในพื้นที่ของ
จังหวัดเชียงรายยังขาดความพร้อมในด้านสถานที่ที่จะรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ในปัจจุบันมุ่งเน้น
การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่เป็นเพียงเครื่องมือประชาสัมพันธ์การ
ท่องเที่ยวโดยขาดกิจกรรมการท่องเที่ยวรองรับ ซึ่งควรส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการทางการ
ท่องเที่ยวที่หลากหลายและสอดคล้องกับบริบททางพื้นที่
ส่วนความคิดเห็นต่อสภาพสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น นักท่องเที่ยว
ส่วนใหญ่ยังคงมีความประทับใจต่อสภาพสังคมที่เรียบง่าย และอัธยาศัยความมีน้ำใจของชุมชนใน
พื้นที่ เช่นเดียวกับความกลมกลืนระหว่างประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัย โดยต้องการให้มี
การรักษาสืบทอดศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยนี้ไว้ แต่อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวมีความรู้สึกไม่
ประทับใจต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่แสดงออกโดยการปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยว เช่น การตัก
ตวงผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยวและความไม่จริงใจในการให้บริการ
แต่อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจเกิดขึ้นตามพัฒนาการ การเปลี่ยนแปลง
ทางสังคม เศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่น และการพัฒนาความทันสมัย จึง
ไม่สามารถสรุปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากการพัฒนาการท่องเที่ยวเพียงอย่าง
เดียว หากแต่มีปัจจัยความเข้มแข็งของชุมชนภายในชุมชน เป็นเครื่องกำหนดว่าผลกระทบ
ดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ หรือเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงไร ดังนั้น ในการพัฒนาการท่องเที่ยวใน
พื้นที่จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อบริบททางสังคมและศิลปวัฒนธรรมของชุมชน การสร้าง
โอกาสการมีส่วนร่วมของชุมชน ยกย่องเชิดชูศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมโดยส่งเสริมการเรียนรู้และสืบ
ทอดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความตะหนักและภูมิใจในตัวตน ให้ความรู้ความเข้าใจในหลักการ
พัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมการกระจายรายได้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม จึงจะ
สามารถป้องกันผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้นได้

This study aimed to investigate socio-cultural impacts of tourism
development in Chiangrai province, Thailand. To achieve the objective of the study, the
related issues were examined including the current situation of tourism, roles of
stakeholders, visitors’ opinions on tourism management and local communities’ views
toward socio-cultural impacts of tourism development. The methodologies adopted for
data collection were: semi-structured interviews, participatory rural appraisal and focus
groups with local residents and other stakeholders; participant observation; and selfcompletion
visitor surveys. Descriptive statistics was used for content analysis and
Statistic Package of Social Science (SPSS) was employed for data analysis of visitor
survey.
Three case studies were selected based on visitors’ numbers per year from
high, medium and low levels as follow: Ban Hard Krai in Chiang Khong District; Ban
Santakiri in Mae Fah Luang District and; Ban Raj-Pakdee in Thueng District.
The findings revealed that tourism had caused both positive and negative
impacts on the host communities. It was on one hand perceived as a contributor to the
locals’ income generation and distribution and indirectly helped to increase more
education opportunities for the locals. But on the other hand, it caused negative impacts
on socio-culture of the host communities, which in the locals’ views was not important in
comparison with the economic benefit gains.
Tourism situation in Chiangrai province was determined as the tourism
that responses to the visitor’s demand and being operated based on the natural and
cultural resources in the destinations. The study also revealed a lack of local
participation in all stages of tourism development as well as cooperation amongst
stakeholders in tourism development processes. In addition, tourism potentials seemed
to be decreased due to the deterioration of tourism resources, lack of budget and
uncontinuously policy of involved stakeholders and its implementation.
From visitor’s point of view, in addition to an improvement in quality of
destinations, tourist’s recreation opportunities and tourist activities should be created to
attract more visitors. The study also indicated that social and cultural aspects of the host
communities were the most interesting attractions that need to be conserved. Most
visitors were unsatisfied with the situation that they were taken economically advantages
and dishonest behavior of the people in service sector.
The study suggested that due to the socio-economic development plans
of the country, tourism may not be concluded as an agent of socio-cultural changes in
the host destinations. Promotion of people participation in tourism development process,
education on sustainable tourism management, development with recognition of local
context, fair income distribution among stakeholders and empowerment of local
communities were essential issues that need to be concentrated in development of
tourism in order to mitigate or prevent negative impacts of tourism development.

URLhttp://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG48O0036
Alternate TitleSocio-Cultural Impacts of Tourism Development in Chianrai Province,Thailand