การแสวงหาและพัฒนาวัสดุท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงคุณภาพวัสดุเพาะเห็ดฟาง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

Titleการแสวงหาและพัฒนาวัสดุท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงคุณภาพวัสดุเพาะเห็ดฟาง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
Publication TypeReport
Year of Publication2003
Authorsกองแหวน, เริ่ม
Series Editorบุญคำต้น, พนม
Series Titleการบริหารจัดการท้องถิ่น
Date Published2003
Institution-
City-
Typeโครงการวิจัย
Report NumberRDG45N0031
ISBN NumberRDG45N0031
Keywordsเชียงราย
Abstract

การศึกษาครั้งนี้กลุ่มเพาะเห็ดฟาง บ้านสักสันติราษฎร์ ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาคุณสมบัติ และกระบวนการนำวัสดุที่มีในท้องถิ่นมาปรับปรุงคุณภาพของฟางโม่หรือทดแทนฟางมัด ในการเพาะเห็ดฟาง โดยเน้นกระบวนการในการปรับปรุงโครงสร้างของวัสดุ เพื่อให้มีโครงสร้างเทียวเท่าหรือใกล้เคียงกับฟางมัด อาศัยการทดสอบหาความยืดหยุ่นของวัสดุเปรียบเทียบกับฟางมัด เนื่องจากฟางมัดเริ่มขาดแคลนเพราะชาวนานิยมที่จะนวดข้าวโดยการใช้เครื่องยนต์แทนการนวดด้วยมือ ประกอบกับ ในท้องถิ่นยังมีวัสดุอื่นอีกมากเช่น ฟางโม่ที่มีอยู่ตามท้องนาซึ่ง ชาวบ้านไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ และยังใช้วิธีการเผาทำลาย สร้างมลภาวะในอากาศและทำลายสิ่งมีชีวิตในดินหญ้าข้าวนก จอก แหน ผักตบชวา และต้นถั่ว ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้และไม่มีประโยชน์ ซึ่งจากการสังเกตของทีมวิจัย การสัมภาษณ์ ผู้รู้ในชุมชนและจากการศึกษาเอกสาร การจัดเวทีสืบค้นข้อมูลจากชุมชน พบว่า คุณสมบัติของวัสดุท้องถิ่นดังกล่าวสามารถนำมาเพาะเห็ดฟางได้เพราะมีอาหารที่เห็ดชอบเหมือนเช่นฟางมัด ดังนั้นหากนำวัสดุดังกล่าวมาปรับโครงสร้างและใช้วิธีการที่เหมาะสมย่อมจะสามารถนำมาเพาะเห็ดฟางทดแทนฟางมัดที่ขาดแคลนได้
ทีมวิจัย จึงได้ดำเนินการทดลองเพาะเห็ดฟางโดยกำหนดรูปแบบการทดลองออกเป็น 2 ชุดคือ ชุดแรกเป็นการทดลองปรับโครงสร้างของฟางโม่โดยผสมกับวัสดุท้องถิ่นที่กำหนดไว้ 4 ชนิด คือ หญ้าข้าวนก จอก – แหน ผักตบชวาและต้นถั่ว ตามสัดส่วนที่กำหนดจากอัตราความยืดหยุ่นของวัสดุเพื่อให้มีความยืดหยุ่นใกล้เคียงกับฟางมัด ชุดที่ 2 เป็นการทดลองเพาะเห็ดฟางโดยใช้วัสดุเพียวๆ ในการทดลองทั้ง 2 ชุด ได้กำหนดปริมาณวัสดุที่ใช้ในการทดลอง ออกเป็น 5 – 6 แปลงใช้วัสดุเพาะแปลงละหนึ่งแนวทาง แต่ละแปลงเพาะจะมี 10 ก้อน และแต่ละชุดจะทำการเพาะเห็ด 2 ครั้ง เพื่อเปรียบเทียบและยืนยันผลการทดลอง โดยในการทดลอง มีการสังเกต และบันทึกผลการทดลองอย่างละเอียด ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ รวมถึงการประชุมเพื่อสรุปผลการทดลองแต่ละครั้งเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน แล้วนำมาปรับปรุง ทั้งวิธีการและกระบวนการในการทดลองให้เหมาะสม กับวัสดุแต่ละชนิด ปรับปรุงวิธีการสังเกต บันทึกผลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบให้เห็น จุดอ่อน จุดแข็ง ความคุ้มทุน และผลกระทบจากการดำเนินงาน จากการนำวัสดุท้องถิ่นมาใช้
ผลที่ได้จากการวิจัยพบว่า วัสดุท้องถิ่นดังกล่าวสามารถนำมาใช้ในการเพาะเห็ดฟางได้ ประการแรก การปรับปรุงโครงสร้างของฟางโม่เพื่อให้มีความโปร่งและยืดหยุ่นใกล้เคียงกับฟางมัด โดยการนำมาผสมกับวัสดุท้องถิ่น ตามอัตราส่วน ดังนี้
1. ฟางโม่ กับ หญ้าข้าวนก ผสมในอัตราส่วน 1 : 2 ( โดยน้ำหนัก )
2. ฟางโม่ กับ ต้นถั่ว ในอัตราส่วน 1 : 2
3. ฟางโม่ กับ ผักตบชวา ในอัตราส่วน 1 : 1
4. ฟางโม่ กับ จอก – แหน ในอัตราส่วน 2 : 1
นอกจากนี้ การที่นำวัสดุเพียวๆ มาทดลองเพาะเห็ดฟาง ก็สามารถให้ผลผลิตที่ดีเช่นกัน ซึ่งผลการทดลองดังกล่าว สามารถเพาะเห็ดให้ได้ผลผลิตที่ใกล้เคียงกับฟางมัด ตามลำดับ ดังนี้
1. หญ้าข้าวนก
2. ฟางโม่ + หญ้าข้าวนก
3. ฟางโม่
4. ฟางโม่ + จอก – แหน
5. ฟางโม่ + ผักตบชวา
สำหรับ จอก – แหน ผักตบชวา และต้นถั่ว หากนำมาเพาะเห็ดโดยไม่ผสมกับฟางโม่ ถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนที่ต่ำ แต่ก็ให้ผลผลิตที่ต่ำ ไม่คุ้มทุน และเวลาที่เสียไป นอกจากนี้ เห็ดที่ได้จากการเพาะโดยใช้วัสดุท้องถิ่นที่ได้ปรับโครงสร้างกับโม่ฟางแล้ว จะมีขนาดโตกว่า เห็ดฟางที่ได้จากฟางมัด แต่ระยะเวลาที่ใช้ในการผลิต ตั้งแต่การเจริญเติบโตของเห็ดฟาง ระยะเวลาที่เก็บเห็ดได้แต่ละครั้งหรือจำนวนครั้งที่เก็บเห็ดได้ไม่แตกต่างกัน
ในการดำเนินการทดลองครั้งนี้ ทำให้ทีมวิจัยได้รับคำตอบ และได้แก้ปัญหาการขาดแคลนฟางมัดในการเพาะเห็ดฟาง โดยการใช้วัสดุท้องถิ่น แต่สิ่งที่ทีมวิจัยและผู้เกี่ยวข้องได้รับ นอกเหนือจากคำตอบที่ต้องการ ก็คือ การรู้ที่จะคิดแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างเป็นระบบ การนำสิ่งที่ไม่มีคุณค่า หรือเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับชุมชน ให้กลายเป็นสิ่งที่สร้างมูลค่า สร้างรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยลดการใช้สารเคมี อันก่อให้เกิดปัญหามลพิษ ทำลายสิ่งแวดล้อม จากการลดการใช้ยาฆ่าหญ้าข้าวนก การนำ จอก – แหน และผักตบชวาที่สร้างมลภาวะในน้ำ รู้ที่จะคิดอย่างสร้างสรรค์มองทุกสิ่งให้มีประโยชน์ และสร้างโอกาสให้กับตนเอง ชุมชน และสังคมโดยรวม
ทีมวิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลการวิจัยที่ทีมวิจัยได้ค้นพบซึ่งเป็นบทเรียนที่คุ้มค่าและจะสร้างประโยชน์ให้กับ ผู้สนใจที่จะศึกษาตลอดถึงเกษตรกรที่มีอาชีพเพาะเห็ด นั่นหมายถึงเกษตรกรจะมีต้นทุนในการผลิตลดลงเป็นผลทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และเป็นแนวทางในการพัฒนาความคิด พึ่งพาตนเองสามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนต่อไป

URLhttp://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG45N0031
Alternate Title-